================================================== -->

ufa casino

ปลัด มท สั่งตั้งกรรมการสอบหนังสือเชิญประชุม ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เชื่อไม่มีเจตนาดูถูก รองฯ สุชัย แถลงขอโทษ ปชชไม่มีเจตนาดูหมิ่น ผวจขอนแก่น ชี้ผลสอบพบ จนทพลั้งเผลอ ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน หนฝ่ายบริหารทั่วไป คนร่างหนังสือหลั่งน้ำตายกมือไหว้รับผิดพลาดแบบไม่ได้ตั้งใจ มทภ4 ขอตรวจสอบเชิงลึก หวั่นมีรายการวางยา ศรีสุวรรณ จี้มหาดไทยรับผิดชอบ เมื่อวันอาทิตย์ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย (มท) กล่าวกรณีมีการแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเอกสารราชการ ซึ่งเป็นหนังสือเชิญประชุมที่ออกโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น เลขที่ ขก00231/7063 เรื่อง ขอเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ลงนามโดย นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (รองผู้ว่าฯขอนแก่น) ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เนื้อหามีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า ร่วมกันดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ว่า ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบขออภัยต่อพี่น้องประชาชน หลังเกิดกรณีที่จังหวัดขอนแก่นทำหนังสือแจ้งเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี และมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ นายนิสิตกล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นชี้แจงและแก้ไขถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและคลาดเคลื่อนดังกล่าวแล้ว และขอเรียนว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ไม่มีเจตนาที่จะดูถูก เหยียดหยาม หรือดูแคลนพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวอีกทางหนึ่ง โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าว ที่ห้องประชุมดอกคูน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น แถลงข่าวชี้แจงกรณีหนังสือเชิญที่มีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมว่า หนังสือดังกล่าวเป็นของจริง และได้ทำการแก้ไขหนังสือดังกล่าวแล้ว เป็นหนังสือที่อ้างถึงหนังสือเลขที่ 00231/7063 ลงนามเมื่อวันที่ 12 มีค2561 เนื้อหาหนังสือฉบับนี้ระบุว่า ตามที่จังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งเชิญประชุมเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 มีค 2561 ณ ห้องประชุมศรีบริรักษ์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดขอนแก่น ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินการในภารกิจด้านการศึกษา รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนทุกคน ที่ทำให้เข้าใจผิด เนื่องจากวันที่รับหนังสือและลงนามในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 เมื่อรับหนังสือจากท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นต้นเรื่อง และเป็นผู้รับหนังสือมาตามลำดับ ก็ลงนามทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบ เพราะเห็นว่าเป็นหนังสือเรียกประชุมต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 ซึ่งการประชุมต่อเนื่องครั้งที่ 2 จะเป็นวันอังคารที่ 13 มีค2561 เท่ากับว่าจังหวัดขอนแก่นมีเวลาเพียงวันเดียวในการประสานงานและส่งหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม แต่ก่อนถึงวันประชุมก็มีผู้มาทักท้วงเรื่องข้อความในหนังสือดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงรีบแก้ไข และทำหนังสือฉบับใหม่ขึ้นมาแทน และส่งไปตามหน่วยงานต่างๆ เช่นเดิม ซึ่งกระบวนการแก้ไขหนังสือฉบับเดิมเป็นฉบับใหม่เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการเผยแพร่หนังสือฉบับเดิมในโลกออนไลน์ จนเป็นประเด็นขึ้นมาตั้งโต๊ะแถลงขอโทษ ต้องขอโทษประชาชนทุกคน หากข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจ ขอยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวไม่มีเจตนาที่จะคิดไม่ดีหรือทำสิ่งไม่ดีกับประชาชน ผมเป็นคนขอนแก่น เป็นคนอีสาน ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนขอนแก่นและชาวไทยทุกคน ไม่มีเจตนาจะดูหมิ่นดูแคลนประชาชนคนไทยใดๆ ทั้งสิ้น และข้อความดังกล่าว ทางต้นเรื่องก็ไม่มีเจตนาจะดูแคลนประชาชน รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าว นายสุชัยกล่าวว่า ในเรื่องนี้ ผู้ว่าฯ ขอนแก่นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าใครเป็นคนตั้งหัวข้อนี้ คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงในเร็วๆ นี้ ส่วนการเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์นั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าส่งมาจากทาง อบจขอนแก่น ซึ่งในส่วนนี้ได้ประสานให้นายก อบจขอนแก่นตรวจสอบแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวหากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ก็จะปล่อยไปตามกระบวนการตรวจสอบที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นตั้งขึ้นมา และจะยังไม่ดำเนินการใดๆ กับผู้ที่นำหนังสือดังกล่าวไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการแถลงข่าว รองผู้ว่าฯขอนแก่นได้นำหนังสือฉบับที่แก้แล้วมาโชว์ให้สื่อมวลชนดูด้วย ซึ่งได้เปลี่ยนจาก ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เป็น ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยในหนังสือที่มีการแก้ไขใหม่ ระบุ เนื่องจากหนังสือดังกล่าวมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ จึงขอเชิญท่าน หรือผู้แทนร่วมประชุมเพื่อร่วมหารือแนวทางในการดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ต่อมาเวลา 1600 น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสุชัย, นายณรงค์ คลังเงิน ท้องถิ่น จขอนแก่น และนางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น(สถ) จขอนแก่น เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าวและชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ว่าฯ ขอนแก่นและคณะผู้บริหารจังหวัดขอนแก่น นำพวงมาลัยเข้ากราบพระพุทธรูปภายในห้องทำงาน เพื่อขอมาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะยกมือไหว้ขอโทษ ขออภัยประชาชน ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และขออภัยในความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายสมศักดิ์กล่าวว่า แม้การให้อภัยจะไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ก็ขอโอกาสให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพราะทุกคนตั้งใจทำงานโดยไม่คิดดูถูกดูแคลนใคร ความผิดพลาดครั้งนี้ขอให้เป็นพลังในการทำงานเพื่อจังหวัดและเพื่อประเทศชาติ โดยได้มีคำสั่งจัดอบรมเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับการร่าง พิมพ์ และตรวจทาน เข้าอบรมหลักสูตรสารบัญ เพื่อให้การใช้คำในหนังสือราชการที่ถูกต้องและเหมาะสม เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน และมีคณะทำงานรวม 5 คน ซึ่งขณะการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่าเป็นความผิดพลาดพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ไม่มีเจตนา จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเรียบร้อยแล้ว และต้องไม่เกิดเหตุการณ์กรณีขึ้นอีก ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวยันไม่มีเจตนาดูถูก นางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าวพร้อมยกมือไหว้ขอโทษด้วยน้ำตานองหน้ากับความผิดพลาดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ต้องการให้ที่ประชุมทราบถึงหัวข้อที่จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 เนื่องจากขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาและเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมด้านต่างๆ การศึกษาก็ควรจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น จึงได้ตั้งหัวข้อดังกล่าวขึ้นมา และทำหนังสือประสานงานการเข้าร่วมประชุม เสนอต่อนายสุชัยลงนาม จากนั้นก็นำส่งหนังสือให้กับหน่วยงานทางการศึกษา ทั้ง อบจขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น และสถานศึกษา ในวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 แต่มีคำตำหนิกลับมา จึงรีบแก้ไขในวันที่ 12 มีค2561 จากนั้นก็ส่งหนังสือใหม่อีกครั้ง เพราะการประชุมจะมีขึ้นในวันที่ 13 มีค2561 จึงขอโทษประชาชนคนไทยทุกคน ในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ดูแคลนคนขอนแก่นหรือประชาชนคนไทยแต่อย่างใด หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าว ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ถึงหนังสือดังกล่าวที่ระบุภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ทราบเรื่องแล้ว เนื่องจากมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย และมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน ซึ่งคนขอนแก่นส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประชาชนไม่ได้โง่ แต่เหมือนถูกปิดกั้นทางการแสดงความคิดเห็น และที่สำคัญคือการโง่ หรือฉลาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แต่อย่างใด ขณะที่ พลทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่า หนังสือดังกล่าวอาจกระทบความรู้สึกประชาชน แต่เราจะเข้าไปสร้างความเข้าใจ ชี้ให้เห็นว่าต้องดูที่เจตนาของผู้กระทำ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบกันว่าใครเป็นคนพิมพ์เอกสาร ใครเป็นคนร่างเอกสาร ใครเป็นคนตรวจเอกสาร เพราะเอกสารออกมาทางนั้น ต้องดูคนเหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร เชื่อว่ามีคนวางยารองผู้ว่าฯ คนร่าง คนพิมพ์ คนตรวจเอกสาร น่าจะรู้ว่าคำว่า โง่ ไม่เหมาะ ไม่ควร แล้วนำมาให้รองผู้ว่าฯ เซ็น ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเร่งด่วน เพราะเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรี รองผู้ว่าฯ จึงไม่ได้ดูรายละเอียดเนื้อหา การใช้คำก่อนจะเซ็นลงนามไป คนที่พูดก็พูดไม่หมด ไม่บอกประโยคสำคัญนั้น หากบอกหรือสอบถามรองผู้ว่าฯ ว่าคำนี้เหมาะสมหรือไม่ เชื่อว่ารองผู้ว่าฯ ต้องดูและแก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ ตอนนี้ให้ตรวจสอบกันอยู่ เจ้าหน้าที่ก็คุยกัน พลทธรากรกล่าว วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง ขอให้ปลดรองผู้ว่าฯ ขอนแก่น ฐานกล่าวหาประชาชนโง่ ตอนหนึ่งระบุว่า การใช้ถ้อยคำในหนังสือราชการดังกล่าว เป็นกรณีที่ร้ายแรงมาก จึงขอเรียกร้องมายังปลัดกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจ สั่งให้รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นคนดังกล่าวออกจากราชการ หรือโยกย้ายให้ไปอยู่ในส่วนราชการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปกครองอีกต่อไป

  • เยี่ยมชมบล็อก:438775
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 283
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-04-16 21:30:00
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

พิมพ์เขียวปฏิรูป ปรับปรุงโรงพัก! ตรติดตั้ง GPS 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น

ที่เก็บบทความ

2015(609)

2014(788)

2013(761)

2012(432)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Baidu รู้

ufa casino,เลขาธิการ อีอีซี ย้ำ ร่าง พรบ อีอีซี ไม่มีการเช่าที่ดิน 99 ปี แตืระบุชัด ว่าการให้ต่างชาติเช่าที่ดินจะไม่เกิน การให้เช่าที่ดิน ที่อยู่ในพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ปี 2542เทรลเบลเซอร์ รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทายและยากลำบาก โดยทีมวิศวกรของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ในประเทศไทย บราซิล ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันปรับปรุงแชสซีส์ใหม่ และทดสอบความแข็งแกร่งทนทานของรถเอสยูวีพรีเมียมสไตล์อเมริกันรุ่นนี้ตลอดระยะเวลาการพัฒนาและการประเมินคุณภาพกว่า 18 เดือนเต็ม และได้ทำการทดสอบแบบเดียวกันนี้กับรถเอสยูวีและรถกระบะของเชฟโรเลตทุกรุ่น เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารถยนต์ของเชฟโรเลตมีความสะดวกสบายในการขับขี่ การควบคุมที่ยอดเยี่ยม และเสถียรภาพอันเหนือชั้น เพื่อความปลอดภัยและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้ากฟผ แจ้งเหตุดินสไลด์​บริเวณแม่เมาะ ไม่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรในพื้นที่ 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 08:49 น มิยนัดถกสลายขั้ว! นายกฯเปรยให้คนไทยฟัง การเมืองรุมจวกสัตยาบัน 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น

ปลัด มท สั่งตั้งกรรมการสอบหนังสือเชิญประชุม ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เชื่อไม่มีเจตนาดูถูก รองฯ สุชัย แถลงขอโทษ ปชชไม่มีเจตนาดูหมิ่น ผวจขอนแก่น ชี้ผลสอบพบ จนทพลั้งเผลอ ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน หนฝ่ายบริหารทั่วไป คนร่างหนังสือหลั่งน้ำตายกมือไหว้รับผิดพลาดแบบไม่ได้ตั้งใจ มทภ4 ขอตรวจสอบเชิงลึก หวั่นมีรายการวางยา ศรีสุวรรณ จี้มหาดไทยรับผิดชอบ เมื่อวันอาทิตย์ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย (มท) กล่าวกรณีมีการแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเอกสารราชการ ซึ่งเป็นหนังสือเชิญประชุมที่ออกโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น เลขที่ ขก00231/7063 เรื่อง ขอเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ลงนามโดย นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (รองผู้ว่าฯขอนแก่น) ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เนื้อหามีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า ร่วมกันดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ว่า ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบขออภัยต่อพี่น้องประชาชน หลังเกิดกรณีที่จังหวัดขอนแก่นทำหนังสือแจ้งเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี และมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ นายนิสิตกล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นชี้แจงและแก้ไขถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและคลาดเคลื่อนดังกล่าวแล้ว และขอเรียนว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ไม่มีเจตนาที่จะดูถูก เหยียดหยาม หรือดูแคลนพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวอีกทางหนึ่ง โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าว ที่ห้องประชุมดอกคูน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น แถลงข่าวชี้แจงกรณีหนังสือเชิญที่มีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมว่า หนังสือดังกล่าวเป็นของจริง และได้ทำการแก้ไขหนังสือดังกล่าวแล้ว เป็นหนังสือที่อ้างถึงหนังสือเลขที่ 00231/7063 ลงนามเมื่อวันที่ 12 มีค2561 เนื้อหาหนังสือฉบับนี้ระบุว่า ตามที่จังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งเชิญประชุมเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 มีค 2561 ณ ห้องประชุมศรีบริรักษ์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดขอนแก่น ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินการในภารกิจด้านการศึกษา รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนทุกคน ที่ทำให้เข้าใจผิด เนื่องจากวันที่รับหนังสือและลงนามในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 เมื่อรับหนังสือจากท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นต้นเรื่อง และเป็นผู้รับหนังสือมาตามลำดับ ก็ลงนามทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบ เพราะเห็นว่าเป็นหนังสือเรียกประชุมต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 ซึ่งการประชุมต่อเนื่องครั้งที่ 2 จะเป็นวันอังคารที่ 13 มีค2561 เท่ากับว่าจังหวัดขอนแก่นมีเวลาเพียงวันเดียวในการประสานงานและส่งหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม แต่ก่อนถึงวันประชุมก็มีผู้มาทักท้วงเรื่องข้อความในหนังสือดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงรีบแก้ไข และทำหนังสือฉบับใหม่ขึ้นมาแทน และส่งไปตามหน่วยงานต่างๆ เช่นเดิม ซึ่งกระบวนการแก้ไขหนังสือฉบับเดิมเป็นฉบับใหม่เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการเผยแพร่หนังสือฉบับเดิมในโลกออนไลน์ จนเป็นประเด็นขึ้นมาตั้งโต๊ะแถลงขอโทษ ต้องขอโทษประชาชนทุกคน หากข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจ ขอยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวไม่มีเจตนาที่จะคิดไม่ดีหรือทำสิ่งไม่ดีกับประชาชน ผมเป็นคนขอนแก่น เป็นคนอีสาน ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนขอนแก่นและชาวไทยทุกคน ไม่มีเจตนาจะดูหมิ่นดูแคลนประชาชนคนไทยใดๆ ทั้งสิ้น และข้อความดังกล่าว ทางต้นเรื่องก็ไม่มีเจตนาจะดูแคลนประชาชน รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าว นายสุชัยกล่าวว่า ในเรื่องนี้ ผู้ว่าฯ ขอนแก่นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าใครเป็นคนตั้งหัวข้อนี้ คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงในเร็วๆ นี้ ส่วนการเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์นั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าส่งมาจากทาง อบจขอนแก่น ซึ่งในส่วนนี้ได้ประสานให้นายก อบจขอนแก่นตรวจสอบแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวหากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ก็จะปล่อยไปตามกระบวนการตรวจสอบที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นตั้งขึ้นมา และจะยังไม่ดำเนินการใดๆ กับผู้ที่นำหนังสือดังกล่าวไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการแถลงข่าว รองผู้ว่าฯขอนแก่นได้นำหนังสือฉบับที่แก้แล้วมาโชว์ให้สื่อมวลชนดูด้วย ซึ่งได้เปลี่ยนจาก ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เป็น ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยในหนังสือที่มีการแก้ไขใหม่ ระบุ เนื่องจากหนังสือดังกล่าวมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ จึงขอเชิญท่าน หรือผู้แทนร่วมประชุมเพื่อร่วมหารือแนวทางในการดำเนินการในภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ต่อมาเวลา 1600 น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสุชัย, นายณรงค์ คลังเงิน ท้องถิ่น จขอนแก่น และนางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น(สถ) จขอนแก่น เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าวและชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ว่าฯ ขอนแก่นและคณะผู้บริหารจังหวัดขอนแก่น นำพวงมาลัยเข้ากราบพระพุทธรูปภายในห้องทำงาน เพื่อขอมาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะยกมือไหว้ขอโทษ ขออภัยประชาชน ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และขออภัยในความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายสมศักดิ์กล่าวว่า แม้การให้อภัยจะไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ก็ขอโอกาสให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพราะทุกคนตั้งใจทำงานโดยไม่คิดดูถูกดูแคลนใคร ความผิดพลาดครั้งนี้ขอให้เป็นพลังในการทำงานเพื่อจังหวัดและเพื่อประเทศชาติ โดยได้มีคำสั่งจัดอบรมเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับการร่าง พิมพ์ และตรวจทาน เข้าอบรมหลักสูตรสารบัญ เพื่อให้การใช้คำในหนังสือราชการที่ถูกต้องและเหมาะสม เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน และมีคณะทำงานรวม 5 คน ซึ่งขณะการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่าเป็นความผิดพลาดพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ไม่มีเจตนา จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเรียบร้อยแล้ว และต้องไม่เกิดเหตุการณ์กรณีขึ้นอีก ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวยันไม่มีเจตนาดูถูก นางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าวพร้อมยกมือไหว้ขอโทษด้วยน้ำตานองหน้ากับความผิดพลาดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ต้องการให้ที่ประชุมทราบถึงหัวข้อที่จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 เนื่องจากขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาและเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมด้านต่างๆ การศึกษาก็ควรจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น จึงได้ตั้งหัวข้อดังกล่าวขึ้นมา และทำหนังสือประสานงานการเข้าร่วมประชุม เสนอต่อนายสุชัยลงนาม จากนั้นก็นำส่งหนังสือให้กับหน่วยงานทางการศึกษา ทั้ง อบจขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น และสถานศึกษา ในวันศุกร์ที่ 9 มีค2561 แต่มีคำตำหนิกลับมา จึงรีบแก้ไขในวันที่ 12 มีค2561 จากนั้นก็ส่งหนังสือใหม่อีกครั้ง เพราะการประชุมจะมีขึ้นในวันที่ 13 มีค2561 จึงขอโทษประชาชนคนไทยทุกคน ในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ดูแคลนคนขอนแก่นหรือประชาชนคนไทยแต่อย่างใด หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จขอนแก่น กล่าว ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ถึงหนังสือดังกล่าวที่ระบุภารกิจ ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ทราบเรื่องแล้ว เนื่องจากมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย และมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน ซึ่งคนขอนแก่นส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประชาชนไม่ได้โง่ แต่เหมือนถูกปิดกั้นทางการแสดงความคิดเห็น และที่สำคัญคือการโง่ หรือฉลาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แต่อย่างใด ขณะที่ พลทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่า หนังสือดังกล่าวอาจกระทบความรู้สึกประชาชน แต่เราจะเข้าไปสร้างความเข้าใจ ชี้ให้เห็นว่าต้องดูที่เจตนาของผู้กระทำ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบกันว่าใครเป็นคนพิมพ์เอกสาร ใครเป็นคนร่างเอกสาร ใครเป็นคนตรวจเอกสาร เพราะเอกสารออกมาทางนั้น ต้องดูคนเหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร เชื่อว่ามีคนวางยารองผู้ว่าฯ คนร่าง คนพิมพ์ คนตรวจเอกสาร น่าจะรู้ว่าคำว่า โง่ ไม่เหมาะ ไม่ควร แล้วนำมาให้รองผู้ว่าฯ เซ็น ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเร่งด่วน เพราะเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรี รองผู้ว่าฯ จึงไม่ได้ดูรายละเอียดเนื้อหา การใช้คำก่อนจะเซ็นลงนามไป คนที่พูดก็พูดไม่หมด ไม่บอกประโยคสำคัญนั้น หากบอกหรือสอบถามรองผู้ว่าฯ ว่าคำนี้เหมาะสมหรือไม่ เชื่อว่ารองผู้ว่าฯ ต้องดูและแก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ ตอนนี้ให้ตรวจสอบกันอยู่ เจ้าหน้าที่ก็คุยกัน พลทธรากรกล่าว วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง ขอให้ปลดรองผู้ว่าฯ ขอนแก่น ฐานกล่าวหาประชาชนโง่ ตอนหนึ่งระบุว่า การใช้ถ้อยคำในหนังสือราชการดังกล่าว เป็นกรณีที่ร้ายแรงมาก จึงขอเรียกร้องมายังปลัดกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจ สั่งให้รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นคนดังกล่าวออกจากราชการ หรือโยกย้ายให้ไปอยู่ในส่วนราชการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปกครองอีกต่อไป เพลิงไหม้รับอรุณ โหมโกดังย่านบางบอนเก็บสินค้าขายส่งทั้งเครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬา กว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมได้ ทั้งตัวอาคารและสินค้าก็วอดวาย มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน ยังไม่รู้สาเหตุ เมื่อเวลา 0830 น วันที่ 18 มีนาคมนี้ พตททศพล ปานกัน สารวัตร (สอบสวน) สนท่าข้าม ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้า บริษัท แลนด์โก้สปอร์ตแอนด์มิวสิคเคิล จำกัด เลขที่ 5/1-3 ซอยกาญจนาภิเษก 2 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร) เขตบางบอน และรถน้ำจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตบางขุนเทียน จำนวน 5 คัน ที่เกิดเหตุเป็นบริษัทค้าส่งสินค้าประเภทเครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬาและชุดกีฬา มีรั้วรอบขอบชิดภายในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ โดยที่บริเวณโกดังเก็บสินค้าซึ่งเป็นอาคารสูง 4 ชั้น พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งจากบริเวณชั้นที่ 4 ก่อนขยายวงลุกลามลงมาชั้นล่างตามลำดับ เนื่องจากภายในโกดังมีสินค้าจำนวนมากที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เพลิงโหมกระหน่ำอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ใช้เวลาควบคุมนานกว่า 40 นาที เพลิงจึงสงบ พตทศิริชาติกล่าวว่า บริษัทดังกล่าวเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดนตรีและอุปกรณ์กีฬาหลายยี่ห้อ โดยทำธุรกิจในลักษณะค้าส่งให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ขณะเกิดเหตุจึงไม่มีใครอยู่ในโกดัง สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ และจะมีการเรียกเจ้าของโรงงานมาสอบปากคำต่อไป ด้านนางอัจฉรา อาทิภาณุ เจ้าของบริษัท กล่าวว่า ตนทำธุรกิจขายส่งเครื่องดนตรี กีตาร์ เครื่องเสียง อุปกรณ์การกีฬา โดยนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ไต้หวัน มีการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ลาซาด้าเป็นหลัก ทำธุรกิจนี้มานานกว่า 40 ปี เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อปี 2547 ที่ผ่านมามีระบบมาตรฐานรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง มีพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด แต่บังเอิญวันนี้เป็นวันหยุด โกดังไม่มีคนอยู่ ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงเครื่องเตือนและมีควันไฟพุ่งออกมา เบื้องต้นมีเครื่องดนตรี อุปกรณ์การกีฬา เสียหายมากกว่า 1,000 รายการ คาดว่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ขณะที่ พตออภิรัฐ พุ่มกุมาร ผกกสนท่าข้าม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าอาคารดังกล่าวเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครื่องดนตรีและกีฬา ซึ่งน่าจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี โดยเฉพาะแอมป์กีตาร์ที่มีแบตเตอรี่หล่อเลี้ยง ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดอาจจะทำให้เกิดเชื้อเพลิง และมีกีตาร์โปร่งซึ่งทำจากไม้ ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทั้งนี้ ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไปกฟผ แจ้งเหตุดินสไลด์​บริเวณแม่เมาะ ไม่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรในพื้นที่ 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 08:49 น วธนำ บุพเพสันนิวาส โชว์เทศกาลหนังฮ่องกง หวังบุกตลาดบันเทิงต่างประเทศ ด้านช่อง 3 เตรียมทำโปสเตอร์-ตกแต่งสถานที่ให้เป็นธีมละครเต็มพิกัดเพื่อจูงใจคู่เจรจาธุรกิจ เผยกระแสละครไทยฮอตฮิตในกลุ่มชาวจีนมาก โป๊ป-คุณพี่หมื่น เตรียมนำทีมตักบาตร บวงสรวง ชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ 20 มีคนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 มีนาคมนี้ ว่า จากการที่คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ วธ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ชื่อ ทีมไทยแลนด์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้สนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมในกลุ่มสตาร์ทอัพรุ่นใหม่นั้น การดำเนินงานล่าสุด นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ จะนำผู้ประกอบการไทยจำนวน 24 บริษัท ไปแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยยุคใหม่สู่เวทีโลก ณ Content Thailand Pavilion ในงานเทศกาลตลาดภาพยนตร์และโทรทัศน์ฮ่องกง ประจำปี 2561 (Hong Kong Filmart 2018) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคมนี้ เพื่อนำเสนอผลงานภาพยนตร์ แอนิเมชั่น สารคดี ละครโทรทัศน์ รายการโทรทัศน์ บริการรับผลิตและถ่ายทำภาพยนตร์ โฆษณา และอื่นๆ ที่สำคัญ ในส่วนของงานโทรทัศน์ได้รับการยืนยันจากทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ว่าเตรียมนำละครเรื่องบุพเพสันนิวาสไปจัดจำหน่ายในงานนี้ด้วย การนำเสนอของเราจะเน้นไปที่โปสเตอร์และตกแต่งพื้นที่ให้เป็นธีมบุพเพสันนิวาสให้มีจุดเด่น ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดความสนใจจากบริษัทโทรทัศน์ในจีนได้ เนื่องจากขณะนี้ประชาชนชาวจีนนิยมดูละครไทยเป็นอย่างมาก รมววธกล่าว นายวีระกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์หลากหลายเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลกและเวทีชิงรางวัลนานาชาติมาแล้ว ไปแสดงในงานเทศกาลดังกล่าว อาทิ เรื่อง Sister, ขุนพันธ์ 2, บางระจันโปรเจ็กต์, ฉลาดเกมส์โกง, เพื่อนที่ระลึก, โปรเจ็กต์เอสซีรีส์, สุขสันต์วันกลับบ้าน, รัก ปี ลึก, มรเฮิร์ท, ส่มภัคเสี้ยน, เปรมิกาป่าราบ, 400 นักรบ ขุนรองปลัดชู, Net I Die, พริกแกง, เมื่อฝนหยดบนหัว, หลวงพี่มาร์, มหาสมุทรและสุสาน, ดาวคะนอง, 20 ใหม่ หัวใจรีเทิร์น, พรุ่งนี้ตาย, นายทองดีฟันขาว, หมอนรถไฟ, สยามสแควร์, Popeye, ไม่มีสมุยสำหรับเธอ ฯลฯ ในปี 2560 ที่ผ่านมา วธร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำผู้ประกอบการไปเจรจาธุรกิจทั่วโลกในงานเทศกาลสำคัญมาแล้วหลายงาน ซึ่งผลจากการเจรจาทำให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจแล้วประมาณ 223 ล้านบาท เป็นบันทึกข้อตกลง 23 ฉบับ มูลค่า 55 ล้านบาท สำหรับในปี 2561 คาดว่ามูลค่าการเจรจาจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากภาพลักษณ์ของสื่อบันเทิงไทยที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติยิ่งขึ้น รมววธกล่าว ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกับจังหวัดลพบุรี จะให้การต้อนรับทีมนักแสดงจากละครบุพเพสันนิวาส ซึ่งจะมาทำพิธีบวงสรวงและถ่ายทำละครเพิ่มเติมนำโดยโป๊ป ธนวรรธน์ หรือ คุณพี่หมื่น ในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ในเวลา 0630 น โดยทีมงานจะร่วมตักบาตรพระสงฆ์ ณ เขตพระราชฐานชั้นนอก เวลา 0900 น หลังจากนั้นเดินทางถึงพระนารายณ์ราชนิเวศน์ และทำพิธีบวงสรวง ณ พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท ซึ่งจะเป็นพิธีภายใน จากนั้นในเวลา 1030 น ทางจังหวัดได้จัดการแสดงรำถวายมือ และระบำนพนารายณ์ ให้ทีมงานและประชาชนได้รับชม ในช่วงเวลา 1130 น ผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีมงานนักแสดงชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ บ้านวิชาเยนทร์ และบันได 51 ขั้นศาลารับเสด็จต่อไป ประชาชนที่ร่วมงานสามารถแต่งชุดไทยและไปชมทีมนักแสดง รวมถึงเข้าชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ได้ในวันและเวลาดังกล่าว

อ่าน(449) | แสดงความคิดเห็น(532) | ส่งต่อ(714) |

ก่อนหน้านี้:chukwueze fifa 20

ต่อไป:แทง บอล 3 คู่ ได้ เท่าไร

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

นายพล 2021-04-16

ฉี เฮียวกง ต้องรีบออกมาขอโทษและเคลียร์ตัวเองทันที สำหรับ สุชัย บุตรสาระ รอง ผวจขอนแก่น ที่ออกจดหมายเชิญหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ร่วมประชุมเตรียมการต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดขอนแก่น แล้วปรากฏข้อความในจดหมายว่า

กกตสะดุ้ง ไพศาล ขู่โทษอาญา-การเมือง เปิดช่องแนวคิดล้มเจ้าตั้งพรรค! 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 09:30 น

ฉี จ้าวกง 2021-04-16 21:30:00

การอ้างว่า สนชเห็นว่า กฎหมายที่มา สสไม่มีอะไรจะขัดต่อรัฐธรรมนูญจึงไม่ส่งให้ศาลตีความ แสดงว่า สนชก็มั่นใจในตัวเองตอนลงมติ แล้วเหตุใดไม่ใช้หลักคิดนี้กับกฎหมายที่มา สวบ้าง ในเมื่อผ่านมติ สนชมาท่วมท้นทั้งคู่ อีกอย่างเรื่องโรดแมปนั้น ก่อนหน้านี้รัฐบาลและ สนชเอง ได้เผื่อเวลากรณีนี้ไว้หมดแล้ว ถามว่ามันจะเลยจากนั้นไปได้อย่างไร ยกเว้นมีอะไรมากกว่านี้หรือเปล่า 0 บิ๊กตู่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) คงยิ้มหน้าบาน หลังศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง อยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 1) ซึ่งสำรวจประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,250 หน่วยตัวอย่าง พบว่า อันดับ 1 คือ ลุงตู่ ชนะทั้ง ออเจ๊ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย และ เดอะมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังก่อนหน้านี้คะแนนนิยมด้านต่างๆ ลดลงฮวบฮาบ จนถูกมองว่าเป็นช่วง ขาลง คะแนนออกมาแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกสูตรไหน ระหว่าง นายกฯ คนนอก หรือ นายกฯ จากบัญชีพรรคการเมือง เพราะก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือว่า พรรคพลังประชารัฐ ที่จะเทียบเชิญไปเป็นประธานที่ปรึกษา อาจเป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับ กรณี ลุงตู่ เปลี่ยนสูตร ไม่เดินทางลัดไปเป็นนายกฯ อีกสมัย

ตาม แรด ฮัว 2021-04-16 21:30:00

หนุ่มใหญ่ขับรถพาครอบครัวออกจาก กทมมุ่งหน้าสู่ตราด ถึงจันทบุรี รถเสียหลักแหกเลนพลิกคว่ำก่อนตกลงไปในคลองข้างทาง ตัวเองกับเมียและลูกสาวคนเล็กเสียชีวิต ส่วนลูกชายคนโตกับคนรองรอดตายหวุดหวิด ที่ชลบุรี 2 วัยรุ่นซ้อนจักรยานยนต์เฉี่ยวชนแท่งแบริเออร์ ถูกรถที่วิ่งตามหลังทับซ้ำเป็นศพอนาถ เมื่อเวลา 0830 น วันที่ 18 มีนาคมนี้ ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักตกลงไปในน้ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและยังติดอยู่ในซากรถ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าทำการตรวจสอบ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่คลองสระบาป ถนนสุขุมวิทฝั่งขาออกจากตัวเมืองจันทบุรี ตคลองนารายณ์ อเมืองจันทบุรี เจ้าหน้าที่สามารถนำคนเจ็บที่ติดอยู่ในรถออกมาได้ 3 คน แต่คนหนึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ยังมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถอีก 2 ศพ โดยจมอยู่ในน้ำ สำหรับรถคันเกิดเหตุ เป็นรถเก๋งยี่ห้อฮุนได สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮท 4884 กรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งลงข้างทางและพลิกคว่ำ ก่อนตกลงไปหงายท้องอยู่กลางคลอง โดยที่ด้านท้ายของรถมีกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสะพายลอยอยู่ในน้ำด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เวลานานกว่า 20 นาที จึงสามารถนำตัวคนขับและลูกสาวที่ติดอยู่ในซากรถออกมาได้ จากนั้นได้ประสานรถยกมาทำการยกซากรถขึ้น เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพ ประกอบด้วย นายพชรเดช สวัสดิ์นพรัตน์ อายุ 41 ปี เป็นคนขับ, นางอังคณา เขียวชะอุ่ม ภรรยา และเด็กหญิงวรณัน สวัสดิ์นพรัตน์ อายุ 8 ปี ลูกสาว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเป็นลูกของผู้เสียชีวิตเช่นกัน คือเด็กชายกวินทัต สวัสดิ์นพรัตน์ อายุ 14 ปี และเด็กชายธนพจน์ สวัสดิ์นพรัตน์ อายุ 12 ปี ทั้งหมดพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 29/9 หมู่ที่ 11 ซอยเสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เบื้องต้นจากการสอบถามเด็กชายกวินทัตทราบว่า ครอบครัวของตนคือ พ่อแม่ ตนเอง และน้องอีก 2 คน เดินทางมาจากกรุงเทพมหานครจะไปจังหวัดตราด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถได้เสียหลักและตกลงไปด้านล่าง ตอนนั้นพอตั้งสติได้ ตนได้คลานออกมาจากรถและยังได้ยินเสียงหายใจของคนที่อยู่ภายในรถ จึงขอความช่วยเหลือคนที่อยู่ใกล้เคียง ต่อมา พตตชยพัทธ์ สุขสมบูรณ์ ร้อยเวร สภเมืองจันทบุรี ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรจากโรงพยาบาลพระปกเกล้า ก่อนจะสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป เบื้องต้นคาดว่าผู้ขับขี่รถน่าจะไม่ชินเส้นทาง ประกอบกับฝนที่ตกลงมาในช่วงเช้า ทำให้ถนนลื่นและรถเกิดเสียหลัก จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุสลดขึ้นในครั้งนี้ ชลบุรี เวลา 0530 น วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึงเข้าตรวจสอบอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต 2 ราย พร้อม รตอวิรัตน์ ตระกูลไทย ร้อยเวรพนักงานสอบสวน สภบ้านบึง จุดเกิดเหตุบริเวณถนนสายเศรษฐกิจ ขาเข้าอำเภอบ้านบึง หมู่ที่ 2 ตหนองซ้ำซาก อบ้านบึง พบรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ หมายเลขทะเบียน 2 กจ 6411 ชลบุรี มีร่องรอยการเฉี่ยวชนบริเวณด้านขวา พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ราย ชื่อนายนายพงศธร แซ่อิ๊ว อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลข 152 หมู่ที่ 2 ตมาบไผ่ อบ้านบึง จชลบุรี และนายอัครพล ทุมมานนท์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/49 หมู่ที่ 3 ตบ้านสวน อเมือง จชลบุรี โดยสภาพศพทั้ง 2 ราย แขน-ขาหัก ศีรษะแตก เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายทั้งสองน่าจะขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูง แล้วเกิดเฉี่ยวชนแท่งแบริเออร์กลางถนน จากนั้นได้เสียหลักล้มลง จังหวะนั้นได้มีรถไม่ทราบชนิดตามหลังมาชนทับทั้งสองจนเสียชีวิตดังกล่าว, เพลิงไหม้รับอรุณ โหมโกดังย่านบางบอนเก็บสินค้าขายส่งทั้งเครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬา กว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมได้ ทั้งตัวอาคารและสินค้าก็วอดวาย มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน ยังไม่รู้สาเหตุ เมื่อเวลา 0830 น วันที่ 18 มีนาคมนี้ พตททศพล ปานกัน สารวัตร (สอบสวน) สนท่าข้าม ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้า บริษัท แลนด์โก้สปอร์ตแอนด์มิวสิคเคิล จำกัด เลขที่ 5/1-3 ซอยกาญจนาภิเษก 2 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร) เขตบางบอน และรถน้ำจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตบางขุนเทียน จำนวน 5 คัน ที่เกิดเหตุเป็นบริษัทค้าส่งสินค้าประเภทเครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬาและชุดกีฬา มีรั้วรอบขอบชิดภายในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ โดยที่บริเวณโกดังเก็บสินค้าซึ่งเป็นอาคารสูง 4 ชั้น พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งจากบริเวณชั้นที่ 4 ก่อนขยายวงลุกลามลงมาชั้นล่างตามลำดับ เนื่องจากภายในโกดังมีสินค้าจำนวนมากที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เพลิงโหมกระหน่ำอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ใช้เวลาควบคุมนานกว่า 40 นาที เพลิงจึงสงบ พตทศิริชาติกล่าวว่า บริษัทดังกล่าวเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดนตรีและอุปกรณ์กีฬาหลายยี่ห้อ โดยทำธุรกิจในลักษณะค้าส่งให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ขณะเกิดเหตุจึงไม่มีใครอยู่ในโกดัง สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ และจะมีการเรียกเจ้าของโรงงานมาสอบปากคำต่อไป ด้านนางอัจฉรา อาทิภาณุ เจ้าของบริษัท กล่าวว่า ตนทำธุรกิจขายส่งเครื่องดนตรี กีตาร์ เครื่องเสียง อุปกรณ์การกีฬา โดยนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ไต้หวัน มีการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ลาซาด้าเป็นหลัก ทำธุรกิจนี้มานานกว่า 40 ปี เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อปี 2547 ที่ผ่านมามีระบบมาตรฐานรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง มีพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด แต่บังเอิญวันนี้เป็นวันหยุด โกดังไม่มีคนอยู่ ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงเครื่องเตือนและมีควันไฟพุ่งออกมา เบื้องต้นมีเครื่องดนตรี อุปกรณ์การกีฬา เสียหายมากกว่า 1,000 รายการ คาดว่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ขณะที่ พตออภิรัฐ พุ่มกุมาร ผกกสนท่าข้าม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าอาคารดังกล่าวเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครื่องดนตรีและกีฬา ซึ่งน่าจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี โดยเฉพาะแอมป์กีตาร์ที่มีแบตเตอรี่หล่อเลี้ยง ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดอาจจะทำให้เกิดเชื้อเพลิง และมีกีตาร์โปร่งซึ่งทำจากไม้ ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทั้งนี้ ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป。โบรกฯชี้หุ้นกลุ่มค้าปลีกน่าเก็บ หลังจีนเข้ามาช็อปเครื่องสำอางไทยทะลัก 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 08:36 น โบรกชี้ผลิตภัณฑ์ความงามไทย ขวัญใจชาวจีน แห่ช็อปปิ้งขนกลับประเทศ คุณภาพดี ราคาไม่แพง ดันรายได้หุ้นกลุ่มค้าปลีกพุ่งกระฉูด。

ฮันและจักรพรรดิ 2021-04-16 21:30:00

แต่ทว่าในช่วงซัมเมอร์อากาศอบอ้าวแบบนี้ สิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงก็เห็นจะเป็นเรื่องการเล่นน้ำของเด็กๆ ที่มีข่าวให้เห็นกันบ่อยๆ ที่บางคนหนีพ่อแม่ไปเล่นน้ำ บ้างพลัดตกน้ำ หรือบ้างก็จมน้ำจนเสียชีวิตก็มี,วรเจตน์ วอนไม่ควรหยิบ112โจมตี ปิยบุตร เผยนิติราษฎร์เสมือนยุบไปแล้ว! 19 มีนาคม พศ 2561 เวลา 08:53 น 。ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนมีรัฐบาลใหม่มาตรา 44 แสดงอิทธิฤทธิ์ได้หรือไม่ นายวรเจตน์กล่าวว่า แสดงได้ แต่ไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสืออย่างเดียว ยังอยู่ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆอีกด้วย การใช้ตอนมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวกับขณะนี้ ต่างกันเยอะ ตอนนี้อยู่ที่บริบทการเมือง ซึ่งคนจะใช้อำนาจก็ต้องคิดเยอะ ควรใช้หรือไม่ แล้วศาลจะเห็นอย่างไร。

เหลียวจงไก 2021-04-16 21:30:00

เมื่อถามว่ามาตรา 44 ยกเลิกการเลือกตั้งได้หรือไม่นายวรเจน์ตอบว่า ถ้าพูดตามหลักกฎหมาย คือใช้ได้ เพราะอำนาจมีไปถึงก่อนมีรัฐบาลใหม่ เราสมมุติได้หมด แต่อาจไม่เกิดในโลกความเป็นจริง สมมุติมีการเลือกตั้งแล้ว แต่มาใช้หลังเลือกตั้ง แล้วองค์กรศาลจะรับได้หรือไม่ โอกาสที่ถูกตีความก็อาจถูกตีความว่าใช้ไม่ได้ องค์กรที่ตีความ มีสิทธิตีความลดทอนลง ตนไม่ใช่องค์กรที่บังคับใช้กฎหมาย ถ้าถึงจุดไม่ยอมรับอาจกระทบไปถึงเรื่องอื่นก็ได้ที่เราไม่รู้ แม้มีอำนาจแต่ไม่ได้ใช้ง่ายๆ เขาก็คงคิดจะใช้และใช้เพื่ออะไร อธิบายได้หรือไม่ โดยบริบทที่มีรัฐธรรมนูญ 2560แล้ว อยู่ที่บริบท การที่อัยการไม่ฟ้องจากการชุมนุม ก็พอบ่งฟ้องอะไรบางอย่างแล้ว, ต้องรีบออกมาขอโทษและเคลียร์ตัวเองทันที สำหรับ สุชัย บุตรสาระ รอง ผวจขอนแก่น ที่ออกจดหมายเชิญหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ร่วมประชุมเตรียมการต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดขอนแก่น แล้วปรากฏข้อความในจดหมายว่า 。 นายกฯ จ่อเรียกทุกพรรคการเมืองถกแนวทางการพัฒนาประเทศช่วง มิยนี้ ชี้ต่อไปฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องเดินไปด้วยกัน สลายขั้วเพื่อแก้ปัญหาให้ ปชช ขณะที่พรรคการเมืองประสานเสียงไม่ตกหลุมพราง สมชาย ให้รับผิดชอบลงสัตยาบันเลื่อนเลือกตั้ง นิกร ลั่นไม่ใช่ลูกแกะ ตอนทำไม่ถาม พอมีปัญหามาโยนใส่ นิพิฏฐ์ ซัด สนชพยายามรักษาอำนาจตัวเองเพื่อได้กินเงินเดือนหลายทางต่อไป เพื่อแม้ว ประชดอยากอยู่ต่ออีกเท่าไหร่ก็ทำไปเลยถ้าไม่ละอายตัวเอง วรเจตน์ แจง ปิยบุตร ขาดจากนิติราษฎร์แล้ว วอนอย่าโยง ม112 มาโจมตี เมื่อวันอาทิตย์ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช) กล่าวกับตัวแทนชุมชนคนไทยประมาณ 60 คนที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย ระหว่างร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ 2018 ตอนหนึ่งว่า ช่วงเดือนมิถุนายนจะเรียกทุกพรรคการเมืองมาพูดคุย และสอบถามทุกพรรคว่าจะมีแนวทางในการพัฒนาประเทศอย่างไร และเห็นว่าการเมืองไทยต่อไปฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องเดินไปด้วยกัน เชื่อมต่อกัน สลายขั้วเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนเท่าเทียมทั่วถึง พร้อมขอให้เชื่อมั่นในตนเอง วันเดียวกัน นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สนช จะยื่นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (พรปสว) ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า สนชจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 19 มีนาคมนี้ ซึ่งจะยื่นเพียง พรปสวในบทเฉพาะกาลเท่านั้น ที่ให้แบ่งเป็น 20 กลุ่มสมัครได้แบบเดียว และเป็นการเลือกแบบไขว้กัน โดย สนชได้ตีความให้แบ่งวิธีออกเป็น 10 กลุ่ม ได้มาแบบ 2 ทาง และเลือกภายในกลุ่มของตนเอง หากศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าบทเฉพาะกาลขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะตกเฉพาะมาตราเท่านั้น แต่มาตราหลักจะยังคงอยู่ ซึ่งยืนยันว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้นไม่กระทบกับโรดแมปการเลือกตั้ง แต่หากมีการยื่นให้ตีความ พรปสส จะมีผลกระทบต่อโรดแมป และจากการหารือกันภายใน สนช เห็นว่าจะไม่มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พรปสสอย่างแน่นอน นายวัลลภกล่าวว่า หลังจาก พรปทั้ง 2 ฉบับประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของประชาชน หากจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก ตลอดจนคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ก็สามารถยื่นได้เช่นกัน เพราะกฎหมายทุกฉบับถือเป็นสิทธิของประชาชนด้วยเช่นกัน และส่วนตัวเชื่อว่าสมาชิก สนชจะไม่ใช้สิทธิในฐานะประชาชนยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พรปสส เนื่องจากได้มีการลงนามสัตยาบันไปแล้ว และเห็นว่าสมาชิก สนชไม่ควรดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพราะถือว่าไม่ฉลาด และไม่มีเหตุผลที่จะดำเนินการในช่วงนั้น หากมีการกระทำจริง ถือว่ามีเจตนาที่ไม่ดี จนทำให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ได้ ไม่มีการสมคบคิดกันระหว่าง สนชและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ) เพื่อยื้อเวลาและกระทบต่อโรดแมป หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า การออกกฎหมายที่ผ่านมามักจะมีปัญหาอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะตามหลักการแล้ว จะต้องรับฟังเสียงของคนส่วนใหญ่มากกว่าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม อีกทั้งไม่มีนอกมีในกันถึงกรณีที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความด้วย นายวัลลภกล่าว นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ กล่าวถึงกระแสโจมตี กรธและ สนชต่อการยื่นร่าง พรปสวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นการวางยายื้อเลือกตั้งว่า ไม่ขอต่อล้อต่อเถียง ขอยอมแพ้ไปละกัน ที่ผ่านมาถือว่า กรธทำหน้าที่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว สำหรับ พรปว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว ก็คงต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ส่วน พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สส สนชไม่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ไม่เป็นไร กรธเตือนผลกระทบตามโรดแมปที่อาจจะเกิดขึ้นไว้แล้วในเอกสารเสนอแนะต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีมือดีไปยื่นให้มีการตีความภายหลังกฎหมายบังคับใช้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอดูทางฝั่งทำเนียบรัฐบาลอีกทีว่าจะดำเนินการอย่างไร นายกฯ สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ แต่ขณะนี้กฎหมายยังไม่ถึงมือนายกฯ นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงเสียงวิจารณ์กรณี สนชยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พรปสวเพื่อยื้อเลือกตั้งว่า เป็นเรื่องภายในของ สนชเอง ไม่ใช่การวางแผน ไม่ใช่ความตั้งใจ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเองจากความบกพร่องแบบคิดด้านเดียว เหมือนอยู่ในสภาวะตกบันไดพลอยโจน เดิมเมื่อครั้งที่ตนดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท) อยู่นั้น มีความกังวลกับร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากเกี่ยวพันกับ สนชที่อยู่ในปัจจุบันในเชิงซ้อน ว่าจะลงสมัครได้หรือลงไม่ได้ และที่สุดก็มีปัญหาจริง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ กมธของ สนช เพราะการออกกฎหมายนี้ไม่ใช่เพื่อระยะเปลี่ยนผ่าน หรือบทเฉพาะกาล แต่เป็นการออกกฎหมายต่อไปในอนาคต ส่วนร่าง พรปสสจะส่งไปตีความพร้อมกันหรือไม่ให้ สนชพิจารณาเอง ในเมื่อเป็นคนผูกเป็นคนมัดก็ต้องเป็นคนแก้ และต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นรวมทั้งแม่น้ำทุกสายพรรคการเมืองไม่ใช่ลูกแกะ เมื่อถามถึงกรณีนายสมชาย แสวงการ วิป สนช ตั้งเงื่อนไขให้พรรคการเมืองร่วมลงสัตยาบันว่ายินยอมให้เลื่อนโรดแมปเลือกตั้งออกไป 3 เดือน จะยอมส่งร่าง พรปสสไปตีความด้วยนั้น นายนิกรกล่าวว่า เหตุผลและตรรกะไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง อาจจะคิดพลาดไป หรือพูดพลาดไป แต่ถ้าเป็นจริง ถือว่าใช้ไม่ได้อย่างมาก เพราะไปๆ มาๆ ตอนทำก็ไม่ได้ปรึกษา สส ไม่เคยเรียกไปถาม ไม่เคยคุยกัน ทำเอาตามที่สบายใจล้วนๆ แล้วพอมีปัญหาจะมาโยนใส่พรรคการเมือง บอกเลยว่าทุกพรรคการเมืองไม่ใช่ลูกแกะที่อยู่ปลายน้ำ แล้วจะมาโทษว่าทำน้ำให้ขุ่น เพราะไปไม่ถูกแล้วจะมาโยนใส่พรรคการเมืองให้รับผิดชอบ อย่างนี้ไม่ถูกอย่างมาก แต่เดิมหาว่าเราทำน้ำให้ขุ่นทั้งที่เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย เป็นภาพลบนักการเมืองมาตลอด เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เขาว่ากันมาเองตลอด พรปนี้เอาที่สบายใจกันมาตลอด ไม่เคยฟังเสียงใคร แล้วจะมาโทษว่าพวกอยู่ที่ปลายน้ำ แล้วถ้าไม่ผิดตอนนี้ก็ผิดที่เป็นนักการเมืองมาตั้งแต่ต้น อย่างนี้มันไม่ได้ นายนิกรกล่าว นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้นายสมชายว่า ก่อนหน้านี้เมื่อพรรคการเมืองแสดงความคิดเห็นใด นายสมชายและ สนชมักกล่าวเสมอว่านักการเมืองและพรรคการเมืองเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ไม่ปรับปรุงตัวเอง ไม่ปฏิรูปตัวเอง แม้แต่ตอนรับฟังความเห็นของการยกร่างกฎหมายสำคัญ เช่น กฎหมายพรรคการเมืองหรือกฎหมายเลือกตั้ง สนช ก็ไม่เคยให้ความสำคัญกับพรรคการเมือง ไม่เคยเชิญอย่างเป็นทางการ โดยอ้างเหตุผลว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย เมื่อแสดงความเห็นไป เขาก็ยังเย้ยหยัน ดังนั้นการระบุจะส่งกฎหมายที่ตัวเองซึ่งโหวตลงมติผ่านโดยเอกฉันท์ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ทั้งที่ สนชยืนยันความถูกต้องมาก่อนหน้านี้ เห็นว่าเป็นเรื่องไม่มีน้ำหนัก แต่เป็นความพยายามในการรักษาสถานภาพของตัวเองและ สนช เพื่อที่จะได้รับเงินเดือนหลายทางต่อไป แต่ก็ยังเหนียมอาย จึงออกมาเอ่ยปากขอให้พรรคการเมืองร่วมทำสัตยาบันดังกล่าว เพราะอย่างน้อยถ้าทุกพรรคไปลงนาม สนชก็จะได้อยู่ต่ออีก 3 เดือน เขาอาจจะลืมไปว่าข้อเสนอของ สนชมันย้อนแย้งกันเอง เพราะเวลานี้ทุกพรรคการเมืองยังไม่สามารถมีมติใดๆ ในนามพรรคได้ เนื่องจากยังไม่สามารถประชุมพรรคได้ เพราะติดคำสั่งห้ามของ คสช ถ้าจะให้หัวหน้าพรรคการเมืองไปลงนามทำสัตยาบัน เกิน 5 คน หัวหน้าพรรคแต่ละพรรคอาจถูกรวบจับกุมและมีความผิดได้ ฐานละเมิดคำสั่งห้ามของ คสชหรือเขาจะขุดหลุมให้แกนนำพรรคการเมืองไปถูกรวบตัว แต่ผมคิดว่าคงไม่มีหัวหน้าพรรคการเมืองไหนจะไปร่วมลงสัตยาบันเรื่องนี้แน่ อยากบอก สนชว่า เมื่อรับใช้ คสชเดินมาขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องเหนียมอายแล้วอยากทำอะไรก็ทำไปเลย เพราะที่ผ่านมาได้ทำเรื่องผิดปกติจนวุ่นวายมาแล้ว ดังนั้นวันนี้ถ้าจะอยู่ต่อก็อยู่ไป แต่อย่ามาสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง โดยใช้พรรคการเมืองเป็นเครื่องมืออีกเลย เพราะทุกอย่างถูกขุดหลุมพลางให้เดินตามแนวทางของเขาไว้หมดแล้ว นายนิพิฏฐ์กล่าว นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากถามทั้ง สนชและ กรธ ว่าทำไมไม่พิจารณาให้เรียบร้อยเสียตั้งแต่ขั้นตอนการตั้ง กมธ 3 ฝ่าย ขณะที่ สนชก็เพิ่งลงมติเห็นชอบให้กฎหมายผ่านออกมาไม่นานนี้เอง ก็มายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสียแล้ว และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ กมธร่วม 3 ฝ่าย ยังทำความเห็นต่อร่าง พรปสสและร่าง พรปสว ที่ สนชเห็นชอบตามการปรับแก้ของ กมธร่วม 3 ฝ่ายไปถึงประธาน สนช เพื่อให้พิจารณาดำเนินการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในประเด็นที่อาจขัดรัฐธรรมนูญหลายประการ มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็น 2 ทาง คืออาจจะเป็นการพิจารณากฎหมายที่ไม่รอบคอบโดยบริสุทธิ์ใจ หรืออาจจะเป็นขบวนการของการยื้ออำนาจ เพราะทั้งสนชและ กรธก็ถือกำเนิดเกิดจาก คสชเหมือนกัน ถ้าไม่มีวาระซ่อนเร้น น่าจะหาข้อสรุปที่ลงตัวได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดตามมา แต่การที่ทั้ง กรธและ สนชที่มาจาก คสชเหมือนกัน ไม่ยอมหาข้อสรุปเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา จึงถูกมองได้ว่าเป็นขบวนการยื้ออำนาจ นายองอาจกล่าวว่า ความพยายามยื้ออำนาจโดยมือไม้ของ กรธและ สนชที่เกิดจาก คสช ทำให้ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อ คสชและหัวหน้า คสช พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะความพยายามยื้ออำนาจออกไป ย่อมทำให้กรอบเวลาที่จะจัดการเลือกตั้งตามที่นายกฯ เคยลั่นวาจาไว้ เกิดความไม่แน่นอน จะทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจต่างชาติ ที่จะวางแผนการลงทุนในอนาคต อันจะส่งผลต่อการที่ประเทศจะเดินหน้าไปตามครรลองที่ถูกต้องต่อไปอยากอยู่เท่าไหร่ก็อยู่ไป ขอฝากให้นายกฯ และหัวหน้า คสชควรใช้ความกล้าหาญบริหารจัดการอำนาจที่มีอยู่ในมือของท่าน จัดการให้ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป มีการเลือกตั้งภายในกุมภาพันธ์ 62 เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ อย่าปล่อยให้มีการวางระเบิดเวลาเพื่อยื้ออำนาจออกไปเรื่อยๆ จะทำให้ถอดสลักยากขึ้นทุกที และอาจมีปัญหาบานปลายตามมาได้ในอนาคต นายองอาจกล่าว นายสมคิด เชื้อคง อดีต สสอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้นายสมชายว่า ทุกพรรคคงไม่ยินยอมทำตาม เพราะพวกคุณรู้ตั้งแต่แรกว่าจะมีปัญหาแล้วทำไมไม่รีบแก้ไขตั้งแต่แรก พวกคุณไม่พยายามที่จะแก้ไขตั้งแต่แรก พอลงมติแล้วเกิดความขัดแย้งก็มาเรียกร้องพรรคการเมือง การกระทำแบบนี้เจตนาอะไร อยู่ๆ ก็มาบอกให้พรรคการเมืองลงสัตยาบัน เพราะเจตนาคือต้องการที่จะอยู่ในอำนาจต่อใช่หรือไม่ เรื่องนี้เห็นกันมานานว่าตรงไหนที่มีปัญหา แต่ สนชไม่มีความจริงใจที่จะคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน ก็เท่านั้นเอง วันนี้พวกคุณอยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องคำนึงถึงประชาชนก็ได้แบบนี้ เพราะ 300 วันยังคิดอะไรไม่ออก ใช้เวลากันจนถึงวันสุดท้าย แล้วค่อยมาบอกว่ามีปัญหา แบบนี้ไม่หัดอายตัวเองบ้าง เปลืองเงินเดือนเปล่าๆ เพราะฉะนั้นวันนี้พวกคุณไม่ต้องมาขอเวลาหรอก อยากจะอยู่ต่ออีกเท่าไหร่ก็ทำไปเลย ถ้าไม่รู้จักอายตัวเองบ้าง นายสมคิดกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาประเด็นร้อนแรงที่ถูกวิพากษ์อย่างหนักคือการพิจารณาร่าง พรปสสและ พรปสว ซึ่งคนทั้งบ้านทั้งเมืองมองออกว่าไม่ปกติ ไม่ชอบมาพากล เพราะเรื่องควรจบ ตกลงกันได้ด้วยดีในชั้น กมธร่วม แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า แม้จะผ่านการพิจารณาของ กมธร่วมฯ และผ่านการให้ความเห็นชอบของ สนชด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์ แต่กลับมี สนชจำนวนหนึ่งยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พรปสวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากว่าเกิดสถานการณ์ไม่ปกติขึ้นในระหว่างแม่น้ำ 5 สายด้วยกันเอง ไม่เพียงเท่านั้น ก่อนหน้านี้ สนชเพิ่งมีมติคว่ำการสรรหา 7 กกต ซึ่งในกระบวนการสรรหา ภาคส่วนอื่นไม่มีโอกาสเข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด เป็นเรื่องภายในองคาพยพที่ คสชและรัฐบาลควบคุมได้ จึงส่งผลสะสมความไม่เชื่อมั่นอีกประเด็นหนึ่ง แม่น้ำ 5 สายล้วนทำให้ประเทศขาดความน่าเชื่อถือ ไร้ความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นการกระทำด้วยตนเองทั้งสิ้น ไม่มีผู้ใดไปเกี่ยวข้องเลย ลำพัง คสชและรัฐบาล ไร้ความเชื่อถือ ไร้ความเชื่อมั่น ผู้ที่เสียหายคือหัวหน้ารัฐบาลเท่านั้น แต่ถ้าเป็นระดับประเทศ ความเสียหายตกแก่ทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชน ถามว่า คสชและรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาตามระบอบประชาธิปไตยอยู่ไม่ได้แล้ว ไม่ลาออก ก็ยุบสภา ขอฝากเป็นข้อคิดว่าท่านจะรับผิดชอบต่อประเทศชาติ และประชาชนอย่างไรกับความเสียหายที่พวกท่านเป็นผู้ก่อเองทั้งสิ้น นายชวลิตกล่าว ส่วน นพระวี มาศฉมาดล รักษาการหัวหน้ากลุ่มพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า แนวทางที่เห็นว่ามีความเป็นไปได้หากยื่นศาลตีความมี 3 แนวทาง คือ 1ไม่กระทบต่อโรดแมป เพราะถ้าศาลพิจารณาโดยใช้เวลา 30 วันก็ไม่กระทบ 2กระทบบ้างเล็กน้อย ถ้าศาลใช้เวลาตีความว่าขัดบางประเด็น และ 3ถ้าศาลตีความว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าผิดหลายประเด็น หรือถึงต้องขั้นแก้ไขกฎหมาย ก็จะกระทบโรดแมปอย่างน้อย 6 เดือน กลุ่มพลังธรรมใหม่ไม่มีปัญหาการส่งตีความครั้งนี้ และพร้อมลงสนามเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปี 62 หรือเลื่อนออกไป 1-2 เดือน ก็ไม่มีปัญหา ขอให้ทุกอย่างเดินหน้าไปอย่างราบรื่น ที่ห้องจี๊ด เศรษฐบุตร (LT1) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธรรมศาสตร์ เปิดตัวหนังสือ ประวัติศาสตร์ความคิด นิติปรัชญา พร้อมทั้งบรรยายตอนหนึ่งว่า ในสังคมเราแบ่งสำนักกฎหมายออกเป็น 2พวก 1สำนักนักกฎหมายบ้านเมือง ที่ยึดถือข้อเท็จจริงว่าไปตามตัวบทกฎหมาย 2สำนักนักกฎหมายธรรมชาติ ที่นอกจากหลักกฎหมายแล้ว ยังอ้างอิงไปถึงหลักศีลธรรม ความดีในสังคมไทย เมื่อเกิดข้อถกเถียงเรื่องราวที่เห็นต่าง มักมองอีกฝ่ายเป็นศัตรูไปเลย ทั้งที่ไม่ควร หลายเรื่องที่เห็นต่างเป็นเพียงข้อกล่าวหา ซึ่งตนเคยโดนลักษณะนี้มาแล้ว พวกที่อ้างตนว่าดี สวมเสื้อคลุมคุณธรรม คิดว่าความถูกต้อง ก็ต้องอยู่กับเขา พวกนี้น่ากลัว แต่ละอย่างล้วนมีจุดเด่นจุดด้อย แต่เมื่อมาบังคับใช้กฎหมาย ต้องรู้ว่าอันนี้ทำได้หรือไม่ควรทำ เป็นเรื่องมโนธรรมสำนึก กฎหมายคือการให้ความหมายที่จะปฏิเสธไม่ได้ บางครั้งอุดมการณ์คือผู้ร้ายตัวจริง หลักนิติปรัชญาคือการทำให้เราตรวจสอบตัวเองว่าอะไรถูก อะไรผิดอย่าโยงม112โจมตีปิยบุตร นายวรเจตน์กล่าวว่า สิ่งที่ถามกันมากคือมาตรา 44 ที่มีการรับรองการกระทำอย่างชอบธรรมเอาไว้ด้วยในรัฐธรรมนูญถาวร 2560 คนอาจถามต่อมาว่า ถ้าหากมีการใช้แล้วไปกระทบสิทธิคนอื่นจะเป็นอย่างไร กฎหมายไทยจะทำอะไรได้ แม้ในวันนี้จะไม่มีการบังคับใช้ ส่วนใหญ่จะใช้ขณะที่ยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เรื่องนี้เนติบริกรเขาพัฒนากฎเกณฑ์ความสามารถไปสู่จุดสูงสุด โดยนำไปอยู่ในรัฐธรรมนูญ เลยทำให้มันชอบด้วยกฎหมายตามที่มีการระบุตอนหนึ่ง บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำของ คสชหรือของหัวหน้า คสชที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หรือที่จะออกใช้บังคับต่อไปมีผลใช้บังคับโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป ตนจึงขอพูดเล่นๆ ถ้อยคำยังขาดไปอีกส่วน ซึ่งควรระบุ ให้ชอบด้วยกฎหมายทั้งชาตินี้และชาติต่อๆ ไป ทั้งนี้ ศาลสามารถลดทอนข้อบังคับลงได้ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมแล้ว แม้จะมีคนโต้แย้ง แต่ยังมีคำสั่งจาก คสชห้ามชุมนุมอยู่ แปลว่าคำสั่ง คสชใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญหรือไม่ หากพิจารณาศาลสามารถตีความลดทอนเกณฑ์ตรงนี้ลงไปได้ถ้าเป็นอย่างนี้ เนติบริกรคงไม่สามารถเขียนอะไรแบบนี้ได้อีก ในช่วงท้ายได้เปิดโอกาสให้มีการซักถาม โดยมีผู้ถามถึงนายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่เคยเป็นนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ แต่ไปร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เลยทำให้เข้าใจว่าคณะนิติราษฎร์ไปทำงานการเมืองหรือ นายวรเจตน์กล่าวว่า นายปิยบุตรเป็นลูกศิษย์ เสียดายที่ออกจากมหาวิทยาลัยไปทำงานการเมือง หากยังอยู่ในมหาวิทยาลัย จะทำงานวิชาการมาก ก่อนที่จะไปทำงานการเมืองได้มาคุยกับตนพร้อมบอกเหตุผล ทำให้เห็นว่าเขาต้องการอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้ประชาชนมีโอกาสเลือกมากขึ้น ตนเคารพความคิดเขา ในแง่ความสัมพันธ์ คณะนิติราษฎร์ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างมากในปี 2557 โดยเฉพาะการลบล้างผลพวงรัฐประหาร การเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เรื่องนี้ทำให้ผมถูกทำร้าย แม้เวลาผ่านไปหลายปี แต่ก็ยังมีคนไม่เข้าใจ ที่เสนอให้ทำโดยเปิดเผยทางสาธารณะ มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน คนที่ตำหนิ จะเอาเป็นเอาตายกับผมไม่เคยรู้หรือว่ากฎหมายนี้เคยถูกแก้มาแล้ว แต่จะแก้อย่างไรเป็นเรื่องที่สังคมต้องมาพูดกัน มาพิจารณากัน เมื่อเรื่องนี้ถูกนำมาเป็นเครื่องมือมาทำลายทางการเมือง แต่มาทำให้สร้างสรรค์ขึ้นไม่ดีกว่าหรือ แม้ข้อเสนอตกไป ก็เป็นไปตามกลไกกฎหมาย ในปัจจุบันเอาเข้าใจก็มีการเปลี่ยนแปลงการบังคับใช้ในเรื่องนี้ คือคนที่สั่งคืออัยการสูงสุด แล้วทำไมไม่คงไม่อย่างเดิม แสดงว่าที่เสนอไปมีเหตุมีผลใช่หรือไม่ อนาคตจะทำอะไรต่อไปอะไรหรือไม่ ผมก็ชราไปเรื่อยๆ ต้องให้คนอื่นมาทำต่อ นิติราษฎร์จึงเสมือนยุบตัวลงไป แกนนำคณะนิติราษฎร์กล่าวว่า การไปร่วมงานทางการเมืองของนายปิยบุตร คนหนุ่มต้องการผจญภัย เห็นการเปลี่ยนแปลง อย่าเรียกพรรคอนาคตใหม่ว่าพรรคนิติราษฎร์ ไม่ใช่ ตนไม่ได้อยู่เบื้องหลัง เป็นที่ปรึกษา เพียงแค่ความสัมพันธ์ครู อาจารย์ เพื่อน มันตัดไม่ได้ ตนก็มีจุดยืนอยู่ ข้อเสนอที่นิติราษฎร์เสนอ ไม่เกี่ยวพันกับพรรคอนาคตใหม่ ถ้าเห็นว่าเป็นข้อเสนอดีนำมาทำก็ยินดี ไม่เฉพาะพรรคนี้ แต่รวมถึงพรรคการเมืองอื่นด้วย เรื่อง 112 ไม่ควรมาโจมตีนายปิยบุตร หากเห็นว่าไม่ถูกต้อง ก็ชี้มาที่ตนหรือนิติราษฎร์ก็ได้ นายปิยบุตรขาดจากนิติราษฎร์ไปแล้ว แต่ละคนยืนคนละบทบาทแล้ว ถามว่า ก่อนมีรัฐบาลใหม่มาตรา 44 แสดงอิทธิฤทธิ์ได้หรือไม่ นายวรเจตน์กล่าวว่า แสดงได้ แต่ไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสืออย่างเดียว ยังอยู่ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อีกด้วย การใช้ตอนมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวกับขณะนี้ ต่างกันเยอะ ตอนนี้อยู่ที่บริบทการเมือง ซึ่งคนจะใช้อำนาจก็ต้องคิดเยอะ ควรใช้หรือไม่ แล้วศาลจะเห็นอย่างไร เมื่อถามว่า มาตรา 44 ยกเลิกการเลือกตั้งได้หรือไม่ นายวรเจตน์ตอบว่า ถ้าพูดตามหลักกฎหมายคือใช้ได้ เพราะอำนาจมีไปถึงก่อนมีรัฐบาลใหม่ เราสมมุติได้หมด แต่อาจไม่เกิดในโลกความเป็นจริง สมมุติมีการเลือกตั้งแล้ว แต่มาใช้หลังเลือกตั้ง แล้วองค์กรศาลจะรับได้หรือไม่ ก็อาจถูกตีความว่าใช้ไม่ได้ องค์กรที่ตีความ มีสิทธิตีความลดทอนลง โดยบริบทที่มีรัฐธรรมนูญ 2560 แล้ว อยู่ที่บริบท การที่อัยการไม่ฟ้องจากการชุมนุม ก็พอบ่งฟ้องอะไรบางอย่างแล้ว。

Wei Shen Gong Ji 2021-04-16 21:30:00

ต้องรีบออกมาขอโทษและเคลียร์ตัวเองทันที สำหรับ สุชัย บุตรสาระ รอง ผวจขอนแก่น ที่ออกจดหมายเชิญหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ร่วมประชุมเตรียมการต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดขอนแก่น แล้วปรากฏข้อความในจดหมายว่า , วธนำ บุพเพสันนิวาส โชว์เทศกาลหนังฮ่องกง หวังบุกตลาดบันเทิงต่างประเทศ ด้านช่อง 3 เตรียมทำโปสเตอร์-ตกแต่งสถานที่ให้เป็นธีมละครเต็มพิกัดเพื่อจูงใจคู่เจรจาธุรกิจ เผยกระแสละครไทยฮอตฮิตในกลุ่มชาวจีนมาก โป๊ป-คุณพี่หมื่น เตรียมนำทีมตักบาตร บวงสรวง ชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ 20 มีคนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 มีนาคมนี้ ว่า จากการที่คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ วธ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ชื่อ ทีมไทยแลนด์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้สนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมในกลุ่มสตาร์ทอัพรุ่นใหม่นั้น การดำเนินงานล่าสุด นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ จะนำผู้ประกอบการไทยจำนวน 24 บริษัท ไปแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยยุคใหม่สู่เวทีโลก ณ Content Thailand Pavilion ในงานเทศกาลตลาดภาพยนตร์และโทรทัศน์ฮ่องกง ประจำปี 2561 (Hong Kong Filmart 2018) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคมนี้ เพื่อนำเสนอผลงานภาพยนตร์ แอนิเมชั่น สารคดี ละครโทรทัศน์ รายการโทรทัศน์ บริการรับผลิตและถ่ายทำภาพยนตร์ โฆษณา และอื่นๆ ที่สำคัญ ในส่วนของงานโทรทัศน์ได้รับการยืนยันจากทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ว่าเตรียมนำละครเรื่องบุพเพสันนิวาสไปจัดจำหน่ายในงานนี้ด้วย การนำเสนอของเราจะเน้นไปที่โปสเตอร์และตกแต่งพื้นที่ให้เป็นธีมบุพเพสันนิวาสให้มีจุดเด่น ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดความสนใจจากบริษัทโทรทัศน์ในจีนได้ เนื่องจากขณะนี้ประชาชนชาวจีนนิยมดูละครไทยเป็นอย่างมาก รมววธกล่าว นายวีระกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์หลากหลายเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลกและเวทีชิงรางวัลนานาชาติมาแล้ว ไปแสดงในงานเทศกาลดังกล่าว อาทิ เรื่อง Sister, ขุนพันธ์ 2, บางระจันโปรเจ็กต์, ฉลาดเกมส์โกง, เพื่อนที่ระลึก, โปรเจ็กต์เอสซีรีส์, สุขสันต์วันกลับบ้าน, รัก ปี ลึก, มรเฮิร์ท, ส่มภัคเสี้ยน, เปรมิกาป่าราบ, 400 นักรบ ขุนรองปลัดชู, Net I Die, พริกแกง, เมื่อฝนหยดบนหัว, หลวงพี่มาร์, มหาสมุทรและสุสาน, ดาวคะนอง, 20 ใหม่ หัวใจรีเทิร์น, พรุ่งนี้ตาย, นายทองดีฟันขาว, หมอนรถไฟ, สยามสแควร์, Popeye, ไม่มีสมุยสำหรับเธอ ฯลฯ ในปี 2560 ที่ผ่านมา วธร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำผู้ประกอบการไปเจรจาธุรกิจทั่วโลกในงานเทศกาลสำคัญมาแล้วหลายงาน ซึ่งผลจากการเจรจาทำให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจแล้วประมาณ 223 ล้านบาท เป็นบันทึกข้อตกลง 23 ฉบับ มูลค่า 55 ล้านบาท สำหรับในปี 2561 คาดว่ามูลค่าการเจรจาจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากภาพลักษณ์ของสื่อบันเทิงไทยที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติยิ่งขึ้น รมววธกล่าว ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกับจังหวัดลพบุรี จะให้การต้อนรับทีมนักแสดงจากละครบุพเพสันนิวาส ซึ่งจะมาทำพิธีบวงสรวงและถ่ายทำละครเพิ่มเติมนำโดยโป๊ป ธนวรรธน์ หรือ คุณพี่หมื่น ในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ในเวลา 0630 น โดยทีมงานจะร่วมตักบาตรพระสงฆ์ ณ เขตพระราชฐานชั้นนอก เวลา 0900 น หลังจากนั้นเดินทางถึงพระนารายณ์ราชนิเวศน์ และทำพิธีบวงสรวง ณ พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท ซึ่งจะเป็นพิธีภายใน จากนั้นในเวลา 1030 น ทางจังหวัดได้จัดการแสดงรำถวายมือ และระบำนพนารายณ์ ให้ทีมงานและประชาชนได้รับชม ในช่วงเวลา 1130 น ผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีมงานนักแสดงชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ บ้านวิชาเยนทร์ และบันได 51 ขั้นศาลารับเสด็จต่อไป ประชาชนที่ร่วมงานสามารถแต่งชุดไทยและไปชมทีมนักแสดง รวมถึงเข้าชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ได้ในวันและเวลาดังกล่าว。 เพลิงไหม้รับอรุณ โหมโกดังย่านบางบอนเก็บสินค้าขายส่งทั้งเครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬา กว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมได้ ทั้งตัวอาคารและสินค้าก็วอดวาย มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน ยังไม่รู้สาเหตุ เมื่อเวลา 0830 น วันที่ 18 มีนาคมนี้ พตททศพล ปานกัน สารวัตร (สอบสวน) สนท่าข้าม ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้า บริษัท แลนด์โก้สปอร์ตแอนด์มิวสิคเคิล จำกัด เลขที่ 5/1-3 ซอยกาญจนาภิเษก 2 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร) เขตบางบอน และรถน้ำจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตบางขุนเทียน จำนวน 5 คัน ที่เกิดเหตุเป็นบริษัทค้าส่งสินค้าประเภทเครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬาและชุดกีฬา มีรั้วรอบขอบชิดภายในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ โดยที่บริเวณโกดังเก็บสินค้าซึ่งเป็นอาคารสูง 4 ชั้น พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งจากบริเวณชั้นที่ 4 ก่อนขยายวงลุกลามลงมาชั้นล่างตามลำดับ เนื่องจากภายในโกดังมีสินค้าจำนวนมากที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เพลิงโหมกระหน่ำอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ใช้เวลาควบคุมนานกว่า 40 นาที เพลิงจึงสงบ พตทศิริชาติกล่าวว่า บริษัทดังกล่าวเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดนตรีและอุปกรณ์กีฬาหลายยี่ห้อ โดยทำธุรกิจในลักษณะค้าส่งให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ขณะเกิดเหตุจึงไม่มีใครอยู่ในโกดัง สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ และจะมีการเรียกเจ้าของโรงงานมาสอบปากคำต่อไป ด้านนางอัจฉรา อาทิภาณุ เจ้าของบริษัท กล่าวว่า ตนทำธุรกิจขายส่งเครื่องดนตรี กีตาร์ เครื่องเสียง อุปกรณ์การกีฬา โดยนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ไต้หวัน มีการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ลาซาด้าเป็นหลัก ทำธุรกิจนี้มานานกว่า 40 ปี เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อปี 2547 ที่ผ่านมามีระบบมาตรฐานรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง มีพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด แต่บังเอิญวันนี้เป็นวันหยุด โกดังไม่มีคนอยู่ ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงเครื่องเตือนและมีควันไฟพุ่งออกมา เบื้องต้นมีเครื่องดนตรี อุปกรณ์การกีฬา เสียหายมากกว่า 1,000 รายการ คาดว่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ขณะที่ พตออภิรัฐ พุ่มกุมาร ผกกสนท่าข้าม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าอาคารดังกล่าวเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครื่องดนตรีและกีฬา ซึ่งน่าจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี โดยเฉพาะแอมป์กีตาร์ที่มีแบตเตอรี่หล่อเลี้ยง ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดอาจจะทำให้เกิดเชื้อเพลิง และมีกีตาร์โปร่งซึ่งทำจากไม้ ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทั้งนี้ ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ลงทะเบียนฟรี ข่าวสารเกมส์สล็อต| เปิดโปงบาคาร่า| casino joker| ธุรกิจคาสิโนออนไลน์| โปรโมชั่น สูตร เล่น บา คา ร่า odd| โปรโมชั่น เล่นสล็อตออนไลน์ ให้ได้เงิน| เดิมพันฟรี ดีที่สุดบนมือถือ| ludovit reis fifa 20| เกมตกปลาจริงๆชนะเงิน| โปรโมชั่น เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip| ฟัน777| พนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ํา100| คา สิ โน ถ่ายทอด สด| ส่งเงินบาทไทย sbobet ฟรี เครดิต| โปรโมชั่น เติมเงินเกมยิงปลา| สนทนาออนไลน์| ี ufabet ทาง เข้า| ฝาก 1 บาท ฟรี 100 2020| ส่งเงินบาทไทย 918kiss ฝากขั้นต่ำ50บาท| ลงทะเบียนฟรี วิธีเล่น slot ให้ได้เงิน| ส่งเงินบาทไทย poipet สมัคร| ทดลองเล่นสล็อตออนไลน์ฟรี| ฟรี เครดิต ล่าสุด 2020| เงินฟรี ทํางานคาสิโน ปอยเปต| sbobet1688| arquimedes figuera fifa 20| ufa ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ํา| ลงทะเบียนฟรี ทฤษฎี บา คา ร่า| บอลสเต็ป| แอด ไลน์ แจก เครดิต ฟรี| โปรโมชั่น 918kiss เครดิตฟรี300| แทงบอล ขั้นต่ํา| ส่งเงินบาทไทย มาเก๊า888| สล็อตแมชชีนสำหรับจ่ายค่าโทร| เดิมพันฟรี vegus24hr ดี ไหม| ทาง เข้า ufabet365| ส่งเงินบาทไทย สูตร เล่น บา คา ร่า ให้ ได้ เงิน| เว็บไซต์ แท่ง บอล| ส่งเงินบาทไทย สร้างกำไรจากสล็อต| เดิมพันฟรี เล่นเกมยิงปลาฟรี| สล็อตออนไลน์ Mercedes-Benz| Football solution / ฟุตบอลแก้ปัญหา| โปรโมชั่น จีคลับสล็อต| ลงทะเบียนฟรี วิธี เล่น slot machine| ทดลองใช้ฟรี 888 สล็อต| ทดลองใช้ฟรี เล่นพนันบอลเป็นอาชีพ| เว็บ พนัน ไม่ ต้อง ฝาก| ทดลองใช้ฟรี แจกเครดิตทดลองเล่นฟรี2019| ทดลองใช้ฟรี ฟรีเครดิตscr888| ลงทะเบียนฟรี รับเครดิตทดลองเล่นฟรี| เปิด ยู ส gclub ได้ โบนัส วัน เกิด| Slot Machine เกมออนไลน์ดาวน์โหลด| ส่งเงินบาทไทย slot แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก | คาสิโนมือถือออนไลน์ | ทดลองใช้ฟรี เกม สล็อต ทดลอง เล่น ฟรี| ส่งเงินบาทไทย dafabet ดีลเลอร์สด| เว็บ แทง บอล fifa55| ลงทะเบียนฟรี นำเข้า Slot ออนไลน์| royal mgm888| adidas fevernova| สล็อต Azteca| เดิมพันฟรี เกมหาเงิน 2019| เดิมพันฟรี คาสิโนลาว ออนไลน์| joker เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก| ลงทะเบียนฟรี เกมส์ ยิง ปลา แจก เครดิต ฟรี| แทงบอล99| ส่งเงินบาทไทย แจก เครดิต แทง บอล ฟรี 2019| ทางเข้าking99| ฝาก 100 ฟรี 100 918kiss| ส่งเงินบาทไทย เครดิตฟรี 50 บาท| ทดลองใช้ฟรี ขั้น ตอน การ สมัคร w88| เดิมพันฟรี คาสิโน ออนไลน์ ฟรีเครดิต| เข้า ufa345| Dafa 888 บันเทิงสล็อตแมชชีน| โปรโมชั่น เกมยิงปลาออนไลน์| เดิมพันฟรี @line รับ เครดิต ฟรี| เดิมพันฟรี บาคาร่า| hercules slot| โปรโมชั่น คา สิ โน ออนไลน์ มือ ถือ 2019| mm88bet ฝาก| ผลไม้สล็อตแมชชีนหลาย| การ พนัน อังกฤษ| fafa855 เครดิต ฟรี| z8| ทดลองใช้ฟรี เครดิต ฟรี 100| เซียน ไพ่ บา คา ร่า| ลงทะเบียนฟรี สล็อตออนไลน์| โปรโมชั่น เล่นเกมได้เงิน 2019 ไม่ต้องลงทุน| สล็อต ทดลอง เล่น ฟรี| เว็บ ยู ฟ่า 888| ทดลองใช้ฟรี การ เล่น slot| เงินฟรี ไทยบาคาร่า| link vao empire777| จับเว็บพนันบอลล่าสุด|